คุณผู้อ่านที่รัก..


>>>> ทุกคนน่าจะเคยสังเกต
> ว่าคุณพ่อคุณแม่พวกเรา
> เล่าถึงสมัยพวกท่านยังเด็กๆ
> บางท่านบอกว่า ข้าวจานละ 10สตางค์
> บางท่านแก่หน่อย ข้าวสมัยเด็ก จานละ 1 สตางค์เท่านั้น..
> สมัยนี้กินข้าวราดแกงจานละ 25 บาทแล้ว....
> เพื่อนๆบอกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา
> เงินเฟ้อขึ้นเรื่อยๆ อำนาจจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น
> แต่ค่าเงินลดตัวมันเอง โดยมิได้เปรียบเทียบกับดอลล่าห์สหรัฐ
> เปรียบเทียบกับขนมจีน+น้ำยา, ตำปลาร้า ปูเค็มเนี่ยแหละ
> ว่าแต่เงินเดือนสมัยก่อน เทียบกับสมัยนี้....
> ยังไม่มีข้อมูลขอติดไว้ก่อนนะ *

>>>> มาพูดเรื่อง รถราบนถนน
> คนเมืองเค้ามีรถกัน บ้านละ 4-5คัน แล้ว
> บั่บแว่ มีอันจะกิน หนิเคะ
> รถมากขึ้น ถนนก็มากขึ้น ไฮเวย์ซ้อนกันราวกับแมงมุมชักใย
> แต่น้ำมันแหล่งพลังงานหลักของพาหนะ....ลดลง
> *ไม่ใช่ราคานะ.... อิอิ

>>>> จับทางได้แล้วล่ะสิ ว่าเราเสนอประเด็นอะไร
> ไม่มีบทสรุปหรอก แต่จะยกตัวอย่างต่อไป
> พูดถึงแผ่น floppy disk 3.5 นิ้ว 1.44 mb
> แผ่นยอดนิยมที่ใช้ส่งรายงาน เขียนข้อมูลทับได้ format ได้
> แผ่นละ 10-15 บาท สบายใจเฉิบ~ เกินจะพอคุณเอ๊ย
> เดี๋ยวนี้ DVD แผ่นละ 4.5 บาทเอง
> จุได้มากกว่า 4000 เท่า (เอ๊า! สนใจคณิตคิดสนุกกันหน่อยมั้ย ?)
> หรือจะใช้ thumb drive โกู้ดีออก
> แต่ขอโต้ดดด ไม่ได้จุงานมากขึ้น 4000 เท่านะ!
> เพราะโปรแกรมสมัยนี้มันสร้างไฟล์หญ่าย....ขึ้นไปอีกเช่นกัน
> คอมพิวเตอร์ส่วนตัวเครื่องแรกของเรา ตอนม.5 (ปี2543)
> ความจุฮาร์ดดิส 4 GB
> ใช้อินเตอร์เนต 28 ถึง 56 kpb
> จะใช้ แพกเกจบริษัทไหนก็ได้ เปลี่ยนไปเรื่อยแหละ
> แต่เทเลคอมเอเชียขอค่า dial up ครั้งละ 3 บาท(+vat 7%)
> เดี๋ยวนี้เค้าเปลี่ยนเป็น true digital แล้วนะ
> ส่งข้อมูลได้ 1 Gpb จ่ายรายเดือน 599 บาท (+vat7% เช่นเคย)
> ผูกขาดทางการค้าไปซะแหล่ว...
> ลืมบอกไป ความจุฮาร์ดดิสขณะนี้น่ะเหรอ 80 GB แรม 512 .....
> ช่างน้อยกว่าหอยมด !
> จะลง วิสต้า หรือ อูบุนตู ต้องเขย่งขาคิดกันดีดี ฮาร์ดดิสน่ะพอ แต่กินแรม ชิมิ

>>>> ใครรู้จัก เจ้าขุนทอง แห่งช่อง เจ็ดสี บ้าง ?
> กระจกหกด้านล่ะ ?
> ช่องเก้าการ์ตูน ?
> โหยย เชย
> ติดยูบีซี สิจ๊ะ
> อ๊ะ ไม่ใช่สิ true vision ตะหาก
> ทั้ง DISC, ANPN, HBO, CHNV, AMAX ฯลฯ
> มากมายก่ายกอง
> ผูกขาดการค้าเช่นเดิม ดีนะค่ายมือถือยังโตสู้อีกสองแหล่งไม่ไหว
> พอละเปลี่ยนประเด็น........เดี๋ยวเค้าหาว่าโจมตี

>>>> การติดต่อสื่อสารก็ใช่ย่อยนะเธอ
> เจอหน้ากันที่โรงเรียน
> ขากลับ นั่งรถก็ส่ง SMS
> ถึงบ้านต้องรีบ MSN
> อาบน้ำเสร็จแล้วตามไปเม้นท์ใน hi5
> อ๊ะ ก่อนนอน ต้องโทรผ่านดาวเทียม ไป good night
> แต่เจอหน้าบุพการี ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง (ฮา....)

>>>> ตอนสิบขวบ ประชากรไทย 60 ล้านคน ประชากรโลก 6 พันล้านคน
> ผ่านมา 13 ปีแล้ว...
> ตัวเลขเบ็ดเสร็จที่ไปมักง่ายมาจาก wikipedia ไทย
> คนไทย 62.8 ล้าน ชาวโลก 6.513 พันล้านคน
> เป็นคนจีนไป 1ใน6 เป็นคนอินเดียอีก 1ใน6
> อีนี่ ~ ปาย เรียนภาษาอินเดียกันดี หมัย จ๊ะ นายจ๋า ~
> ภาษาจีน มันฮิตถล่มถลายไปแล้ว

>>>> เผลอออกแขกไปซะงั้น กลับมาเรื่องประชากรต่อ
> แย่จัง ทำไมมันไม่ขึ้นฮวบฮาบนะ
> หรือว่า การแพทย์เรามันไม่ก้าวหน้า
> แต่ก่อนอะไรๆ ก็ X-ray
> เดี๋ยวนี้ นอกจาก CT ยังมี MRI , Ultrasound , หรือจะสอดกล้องส่องข้างใน ก็ได้ทั้งนั้น
> ที่จริงมันไม่ได้หยุดที่เดิม
> แต่วิ่ง (พัฒนา) ไปข้างหน้า ในอัตราเร็วกับ วิวัฒนาการของเชื้อโรคต่างหาก
> มีหรือมนุษยชาติ จะท้าทายพลังอำนาจ พันพันล้านปี ได้

>>>> หวังว่าทุกท่านจะคิดต่อยอด ขอเชิญคอมเมนท์กันได้
> ยาวแค่ไหนก็จะอ่าน ....
> ตัดจบกันดื้อๆ! สวัสดี.

 


ปัจฉิมลิขิต ... เอนทรีนี้คิดเองเขียนเอง ไม่ได้ลอกใครเค้ามา และไม่ไดมีแรงบันดาลใจจากผลงานใครทั้งนั้นจ้ะ ดังนั้น จึงไม่มีเครดิต (และไม่มีความน่าเชื่อถือด้วย)

ปัจฉิมลิขิต 2 ...ตัวหนาสีดำเป็นประเด็นแอบแฝง

 

strong{font-weight:bold;}
...เราก็นึกว่า copy มาใส่ท้ายเอนทรี ที่จริงต้องแก้ใน css ตะหาก ...ขอบคุณ http://board.exteen.com/help/read/86 โดยเฉพาะ คุณเจนเนสซ่า กับ มาสเตอร์แชมป์ล่ะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เฮ้... ทำไมมันไม่เป็นตัวหนาล่ะ sad smile

#1 By PoY on 2008-03-01 19:39

หนาแล้วค่ะ หนาแล้ว ^^

เจอคำว่า vat ก็ตาลายแ้ล่ว ...
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวความรู้ดีๆนะครับ โลกเนี่ยนาไม่หยุดนิ่งจริงๆครับ

ผมฝากแท็กไว้ด้วยนะครับ แวะอ่านรายละเอียดที่บล็อกได้นะครับbig smile

#3 By redtear on 2008-03-01 20:38

ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยน่ะ

เปลี่ยนไปในทางที่ดีหรือร้าย เท่านั้น.. - -

#4 By โหมด on 2008-03-01 21:10

# 2
จ้า หนาแล้ว
ตาลายเพราะมันยาวไปเหรอembarrassed
หรือเพราะเราเขียนติดกัน ?

#3
#4
เป็นเพราะเราไม่สรุปประเด็นแน่เลย..
ตั้งใจจะบอกว่า
ถึงแม้จะพัฒนาสิ่งต่างๆขึ้นมารองรับ
แต่มนุษย์ก็บริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ
open-mounthed smile

#5 By PoY on 2008-03-01 23:45

เทคโนโลยีล้ำหน้าจริงๆ ไม่รู้ก้าวตามกันทันมั้ย
มีเงินก็ก้าวทันอ่ะเนอะ
Hot! สำหรับข้อมูลดีๆ ค่ะ

#6 By General เบ๊ on 2008-03-02 10:48

เข้าใจนะครับ big smile ที่โลกไม่หยุดนิ่งและพัฒนาไปก็เพราะมนุษย์ และผมก็ยังไม่รู้เลยว่ามนุษย์จะพาโลกไปทิศทางไหนเช่นกัน หวังว่าเราทั้งหลายจะช่วยกัน

#7 By redtear on 2008-03-02 10:51

เป็นสิ่งน่าสงสัยที่ให้อะไร ๆ กับคนบางคนที่ชอบวิ่งตามล่ะครับ
วิ่งตามไปเสียเงินให้ทัน...sad smile

#8 By นิเกะ on 2008-03-02 11:13

เด็กสมัยนี้ก็เปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน

#9 By doggiestyle on 2008-03-02 11:30

มัน มากมากขึ้นไปอีกจริงๆด้วย ไม่เคยสังเกต แต่พอได้อ่านเอนทรี่ของพี่ คิดอะไรได้เยอะแยะเลย...
โลกนี้น่าปวดหัวอ่ะHot! Hot! ดรากอนบอลค่ะ

#11 By loseyloose on 2008-03-03 00:19

อยากกลับไปโลกยุคก่อน

#12 By was_in on 2008-03-03 09:00

โลกหมุนเร็วจนตามเทบไม่ทันแล้วจริงๆแฮะ sad smile

#13 By คนธรรมดา on 2008-03-03 09:24

อืม..... มองโลกได้รอบด้านดีครับ แบบนี้ต้องคบหาเป็นเพื่อนซะแล้ว....


ADD ไว้ซะเลย โทษฐานทำตัวน่าสนใจ big smile
- w -

ชอบครับ

#15 By dorottee -- torres on 2008-03-03 17:48

เราต้องหาอะไรยึด ไม่ไปตามกระแส
"ความพอเพียง"น่าจะช่วยได้นะครับ
เป็นคำถามที่ดีมากครับ
ผมก็ลืมอัพซะสนิท..
ผมเพิ่มเติมเนื้อหาไว้ท้ายเอนทรี่แล้วนะครับ
กลับไปอ่านได้เลย
ขอบคุณสำหรับคำถามครับ ^^
ปล.อ่านเอนทรี่นี้ ถึงจะปวดหัวนิดๆ แต่ก็ชอบมากๆเลยครับHot!
โอ๊ะ!!
ขอบพระคุณสุดๆครับ
ขอรับดราก้อนบอลไว้ด้วยความยินดี ^^
อ่านแล้วกลัวอนาคตเลยเนอะ ไม่รู้ว่าต่อไปเราต้องเจออะไรกันมั่ง แต่ไม่เป็นไร ทำดีได้ดีจิงมะ(เกี่ยวกันป่าวเนี่ยsad smile

ขอบคุณจ้าที่แวะไปเยี่ยมแป้งกะน้องๆ surprised smile

#19 By on 2008-03-05 21:51