one for all
posted on 14 Apr 2008 22:47 by popopoyมีคนเคยกล่าวไว้ว่า
"All doctors for one man..."
นั่นคือ มนุษย์สักคนนั้น ใช้แพทย์เฉพาะทางหลากหลายสาขา อาทิ
- เป็นโรคตา ไปพบจักษุแพทย์
- ผ่าตัด ไปพบศัลยแพทย์
- ถอนฟัน ไปพบทันตแพทย์
- เครียด ไปพบจิตแพทย์
- ตั้งครรภ์ ไปพบสูตินรีแพทย์
นอกจากนี้แล้วยังมีสาขาอื่นๆร่วมกัน เช่นเภสัชกร/พยาบาล/นักกายภาพ/นักโภชนาการ หรือแม้กระทั่งแพทย์ทางเลือก
แต่ถ้าพูดถึงสัตวแพทย์ ก็ต้องอ่านวลีถัดมา
"..One vet for all animals"
คือสัตวแพทย์นอกจากจะเป็นทั้ง จักษุสัตวแพทย์, ศัลยสัตวแพทย์, ทันตสัตวแพทย์, จิตสัตวแพทย์ และ สูติสัตวแพทย์ แล้วยังจะต้องทำหน้าที่ในส่วนของเภสัชกร, พยาบาล, นักกายภาพ และ โภชนาการ เพื่อสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น ตั้งแต่ ปลา-กบ-งู-เต่า-นก-หนู-กระต่าย-ช้าง-ม้า-วัว-ควาย-หมู-หมา-แมว-ลิง เรียกได้ว่าสารพัดชนิด ยังไม่นับสายพันธุ์, ถิ่นกำเนิด, สายเลือด ที่จะทำให้สัตว์แต่ละตัวนั้นต่างกัน
..ฟังกี่ทีมันก็สะท้อนใจ..
ขอถอนหายใจยาว-ยาว "เฮ้อออออ"
---------------------------------------
edit เพิ่มเลย มันรบกวนจิตใจนิดนึง
เอ่อ ไม่ได้เขียนมายกตนข่มท่าน หรืออยากแสดงความรันทด อึดอัดคับค้องเป็นนางเอกหนังไทยยุค 19xx
แต่เราไม่ได้เขียนความเห็นต่อยอดจากบทความเพราะ ปล่อยให้คนมองกันเอาเองน่ะ (คือเราเลือกไม่ถูกว่าจะเขียนแง่ไหนดี เลยไม่ได้เขียนมันสักอย่างตั้งแต่แรก -*-) แต่ก็คาดหวังว่าคนอ่านบางคน..
คนอ่านบางคนอาจจะรู้สึกได้ว่า ถ้าเลือกเรียนเป็นสัตวแพทย์ แล้วมันไม่ได้จบที่เปิดคลินิกนะ มันไม่ใช่แค่ทำหมันได้+ ฉีดยาเป็นแล้วก็เทียบเท่ากับเป็นสัตวแพทย์คนนึง...........เพราะเราไม่ใช่แค่"หมอหมา"
คนอ่านบางคนอาจจะรู้สึกได้ว่า ถึงสัตว์เหล่านั้นจะพูดไม่ได้ บอกไม่ได้ว่าเจ็บตรงไหน แต่สัตวแพทย์ตรวจได้เยอะกว่าแพทย์ สัตวแพทย์สามารถ ดู-ฟัง-คลำ-เคาะได้ เพราะสัตว์คงไม่อายถ้าถูกล้วงตรวจในทวารหนัก หรือคลำหน้าอก คลำช่องท้อง ฯลฯ
คนอ่านบางคนอาจจะรู้สึกได้ว่า ดังนั้นทิศทางต่อไป หรือยุคต่อไปของสัตวแพทย์ คือการทำงานเฉพาะทางกันมากขึ้น สนับสนุนการศึกษา เพื่อให้เจาะรายละเอียดในด้านการรักษา & พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ก้าวตามวงการแพทย์ในมนุษย์ให้ทัน เพื่อให้มีสัตว์รอดชีวิตมากขึ้น อายุัขัยเฉลี่ยของสัตว์ยาวนานขึ้น
คนอ่านบางคนอาจจะรู้สึกได้ว่า คงดีนะถ้ามีคลินิกรักษาสัตว์เฉพาะทางให้บริการมากขึ้น ไม่ใช่ว่ามีแต่ในโรงพยาบาลสัตว์ใหญ่ๆ
คนอ่านบางคนอาจจะรู้สึกได้ว่า มันก็มีสายงานอื่น สายอาชีพอื่นที่ใกล้เคียงกัน เช่น เทคนิคการสัตวแพทย์ ประมง ป่าไม้ สัตวบาล เทคโนโลยีการเลี้ยงสัตว์ ผู้เพาะพันธุ์ ช่างตัดขน ที่สามารถร่วมมือกันได้นะ ไม่จำเป็นว่าจะต้องสัตวแพทย์เท่านั้นเป็นผู้กำหนด และเค้าก็อาจจะเลือกเรียนสายใดสายหนึ่งก็ได้ ไม่จำเป็นต้องคณะสัตวแพทย์เท่านั้น (แต่ จขบ.แอบเชียร์ว่าคณะสัตวแพทย์มีทางเืลือกหลากหลายกว่านา...)
คนอ่านบางคนอาจจะรู้สึกได้ว่า สัตวแพทย์ไม่ใช่เรื่องของการเกษตรเพียงอย่างเดียว / และก็ไม่ใช่เรื่องของหมาแมวเพียงอย่างเดียว / และก็ไม่ใช่เรื่องของการเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับธรรมชาตินะ
คนอ่านบางคนที่เคยสงสัยว่า เออทำไม เรื่องแค่นี้ เป็นหมอทำไมไม่รู้ / หรือทำไมหมอต้องเปิดหนังสือด้วย หมอไม่เก่งหรือเปล่า / ทำไมหมอตอบทันทีให้เฉพาะเจาะจงไม่ได้ / เค้าอาจจะได้รู้ว่ามันยากนะที่จะเอาทุกอย่างซึ่งยัดลงไปในหัว อยู่หกปี ออกมาอธิบายให้เจ้าของฟังแค่นาทีเดียว / หรือวางแผนรักษาเป๊ะๆเลย เพราะมันไม่ได้มีแบบแผนเจาะจงมาให้สำหรับในทุกอาการที่แสดง เอาแค่ปริมาณยาที่ต้องใช้ ในสัตว์แต่ละชนิดก็ไม่เท่ากันแล้ว ยาตัวนี้อาจจะใช้ในสัตว์ชนิดนี้ได้ แต่บางสายพันธุ์ก็ห้ามใช้ ยาบางชนิดไม่ดีต่อสัตว์อายุน้อย แต่ถ้าเป็นสัตว์ขนาดเล็กก็อาจใช้ได้ัตั้งแต่อายุน้อย นอกจากเรื่องยาแล้วยังมีเรื่องกายวิภาค, สรีระของสัตว์, ปริมาณสารอาหารที่ต้องการ ฯลฯ
ตอนที่เขียนเอนทรีนี้น่ะ ก็คิดหลายเรื่องนะ แต่ไม่เห็นว่าจะต้องเอาทุกๆความคิดหรือทุกๆความรู้สึกมาบอกเล่าทั้งหมด
ประเด็นมันจะเยอะเกินไปแล้วก็หนักเกินไป คือจริงๆแล้วเราภูมิใจกับ วลีที่ว่า One-vet-for-all-animal มากจนอยากจะเอามาเขียนให้ได้อ่านกัน ว่าสัตวแพทย์มันไม่ใช่แค่หมอหมา ว่างั้นแหล่ะ...
ดังนั้น จึงขอลงท้ายเหมือนเดิมนะ
ถอนหายใจยาว-ยาว "เฮ้อออออ" ..อำนาจที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง (spiderman)
#1 By โหมด on 2008-04-14 23:41