จาก เอนทรีที่แล้ว มีเสียงตอบรับอย่างล้นหลามมากกกก
(ตรงไหน?)

เหอะๆ เอาน่า 10คห. นี่ก็เกินค่าเฉลี่ยปกติแล้วล่ะ
ขอบคุณทุกความเห็นมากๆ แต่มีอันนึงที่เราอยากต่อยอดสักหน่อย
เพราะที่คุณเค้าโพสต์ไว้ มันน่าคิดจริงๆ

หากใครสักคนจะมีความคิดแบบนั้นจริง
(แบบที่เราเองก็เคยคิด)
ก็อยากจะชี้แจงสักหน่อย ในฐานะที่เราคิดจนได้คำตอบชัดเจนมานานแล้ว


สัตวแพทย์จำเป็นสำหรับสังคมมนุษย์

สัตวแพทย์จำเป็นสำหรับสังคมมนุษย์ และตราบใดที่วิชาชีพนี้ยังจำเป็น
ก็ยังคงมีสัตวแพทย์เลือดใหม่ๆเกิดขึ้น และสืบทอดเจตนารมณ์ของมนุษย์ต่อไป
ซึ่งคงไม่มีใครเถียงว่า มนุษย์ไม่สามารถตัดสินใจแทนโลกได้

พราะโดยฐานะของมนุษย์ ซึ่งอยู่จุดบนสุดของการล่า มีจำนวนประชากรมากพอ
มีการใช้ทรัพยากรในอัตราที่สูง เป็นสังคมที่แข็งแกร่งมีการสื่อสาร มีการรวมกลุ่ม
มีเทคโนโลยี มี ”ความคิด” และ(เกือบจะ)ควบคุมเผ่าพันธุ์อื่นๆได้

ดังนั้นในเมื่อสังคมมนุษย์ เห็นว่าสัตวแพทย์จำเป็น.....
สัตวแพทย์ก็จำเป็นสำหรับโลก....ไม่ต่างจาก โอโซนในชั้นบรรยากาศ
ไม่ต่างจากทันตะฯ-แพทย์-แผนจีน ไม่ต่างจากคนโรงแรม ไม่ต่างจากบรรณาธิการ
ไม่ต่างจากนักวาดการ์ตูน ไม่ต่างจากวิศวกร ไม่ต่างจาก(เทพ)หมี ไม่ต่างจากนักกฏหมาย ไม่ต่างจากนักประพันธ์ ไม่ต่างจากเวบมาสเตอร์...

ทุกอาชีพที่ยังสืบทอดอยู่ ณ ปัจจุบัน คืออาชีพที่จำเป็นต่อโลก
ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด...(อะนะ นอกเรื่องจนได้)


มนุษย์เป็นส่วนนึงของธรรมชาติ และต้องรบกวนธรรมชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แค่คนเราหายใจ....มันก็สร้าง CO2มาเพิ่มภาวะเรือนกระจกแล้ว
การกระทำ กิน / ขี้ / ปี้ / นอน
พื้นฐานเหล่านี้ล้วนแต่รบกวนสมดุลย์ธรรมชาติทั้งสิ้น

นเมื่อประชากรมนุษย์เพิ่มมากขึ้น
รบกวนธรรมชาติมากขึ้น
ก็ต้องมีคนที่คอยมาทำหน้าที่รักษาสมดุลย์เหล่านี้
ซึ่งสัตวแพทย์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลไกนี้ร่วมกับสาขาอาชีพอื่นอีกมาก
แต่สัตวแพทย์เราเน้นไปเรื่องของสัตว์นั่นเอง
การดูแลธรรมชาติ การดูแลสัตว์ จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำ!

เปรียบได้กับเวลาที่เราอยู่ในบ้าน
นับวันก็มีฝุ่น มีรอยเปื้อนและเสื่อมโทรม
เราก็ต้องคอยบำรุงรักษา และดูแลสภาพบ้านให้ดี
ต่อให้เราไม่ได้เป็นคนทำเอง ก็มีแม่บ้านทำงานเหล่านี้

มอสัตว์ป่าคนนึง เคยให้เหตุผลถึงการรักษาสัตว ”ในป่า” ไว้ว่า
มันไม่ใช่การรบกวนห่วงโซ่อาหาร แต่เค้าพยายามแก้ปัญหาให้
คนท้องถิ่น (ซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ที่ทำกินก็ต้องเพิ่มมากขึ้น)กับสัตว์ท้องถิ่น
สามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่ขัดแย้งกัน นอกจากเค้าจะรักษาแล้ว
เค้ายังต้องปลูกฝัง และให้ความรู้กับชาวบ้าน
เพื่อให้คนและสัตว์อยู่ร่วมกันได้อีกด้วย

ดังนั้น มันจึงไม่ใช่แค่ ..ไม่ไปรบกวนก็พอ.. เพราะไม่มีใครเลยสักคนเดียว
ที่มีชีวิตอยู่โดยไม่หนักแผ่นดิน (ก็ทุกคนมีมวลหมดหนิจริงมั้ย)
ต่อให้ตายไป ก็คือขยะรกโลกอย่างนึง(ขนาดนั้น?)
อยู่ที่ว่าเราจะเปลี่ยนกรรมที่เกิดขึ้นในการเวียนว่ายตายเกิดนี้ ให้เป็นกรรมดีอย่างไร
จะแก้ไขสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น ให้เป็นสิ่งดีดีอย่างไร

เราจะยอมอยู่บ้านที่สกปรกมั้ย
หรือจะไม่อยู่บ้านเลย เฟอร์นิเจอร์ก็คลุมผ้าไว้
ไม่ต้องใช้ ไม่ต้องอยู่บ้าน บ้านจะได้ไม่แปดเปื้อน? แล้วจะไปอยู่ที่ไหน
ที่ไหนๆ ก็ต้องรับเราเป็นภาระไว้ทั้งนั้น จริงมั้ย?
อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดายปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่นฉันใด
อยู่ในโลกท่านก็จงอย่านิ่งดูดาย ทำประโยชน์ให้กับโลกต่อไปฉันนั้น


สวนสัตว์ไม่ได้มีไว้หลอกเด็กเพื่อเก็บเงินเข้าชม

เรื่องแบบนี้ต้องมองให้ขาดระหว่าง
Conservation VS Animal welfare

การอนุรักษ์สัตว์ สวัสดิภาพสัตว์
เพื่อปกป้องเผ่าพันธุ์ของสัตว์ เพื่อปกป้องสัตว์เป็นรายตัว
มองถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ในระยะยาว มองระยะใกล้ๆถึงคุณภาพชีวิตของสัตว์เท่านั้น
อาจผิดหลักศีลธรรมได้ กระทำอย่างมีมนุษยธรรม
พยายามเก็บรักษาไว้(ชีวิต /ร่างกาย /ชิ้นส่วน /พันธุกรรม) ทำเมตตาฆาตได้เมื่อจำเป็น
คิดถึงเรื่องการเก็บข้อมูล การศึกษา ให้ได้ความรู้ คิดถึงเรื่องของจิตใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรา

แน่นอนว่าทั้งสองเรื่องเป็นสิ่งที่ดีทั้งคู่ และควรจะต้องมีในสวนสัตว์ทั้งสองอย่าง
แต่ถ้าเอาในแง่ของการกักขังสัตว์ไว้ตลอดชีวิตของมัน
มาคิดเป็นเรื่องสวัสดิภาพสัตว์
ก็เหมือนเป็นการติเตียนแต่ฝ่ายเดียว

เพราะการคืนสัตว์สู่ธรรมชาติมีความซับซ้อนมากกว่าแค่เปิดประตูกรง

แต่ถ้าคิดว่ากรงที่ขังสัตว์
ควรจัดสภาพแวดล้อมอย่างไรให้คล้ายกับพฤติกรรมธรรมชาติมากที่สุด
แบบนี้ถึงจะดี
คือได้ทั้งการอนุรักษ์สัตว์ และถูกต้องตามหลักสวัสดิภาพสัตว์

หรือถ้ามองว่าการรักษาสัตว์ป่าจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ในระยะยาว
ทำให้ประชากรสัตว์กินเนื้อกับสัตว์กินพืชไม่สมดุล
แบบนี้ก็ต้องดูว่าสัตว์ป่านั้นบาดเจ็บจากการล่ากันเองหรือไม่
ถ้าเกิดจากน้ำมือมนุษย์..
เราก็ควรต้องรักษาให้ถึงที่สุดตามหลักสวัสดิภาพสัตว
เพราะไม่ใช่การตายโดยธรรมชาติของมัน

ยังมีอีกหลายกรณี
ซึ่งก็ต้องค่อยๆพิจารณาไปว่าควรจะใช้อะไรดี
ระหว่างอนุรักษ์สัตว์ กับ สวัสดิภาพสัตว์ หรือทำได้ทั้งสองอย่างก็ยิ่งดี

ดังนั้นสวนสัตว์จึงมีไว้ศึกษา และปลูกจิตสำนึก เพื่อการอนุรักษ์สัตว์
โดยที่สวนสัตว์จะต้องดูแลสัตว์เป็นอย่างดีตามหลักสวัสดิภาพสัตว
อุดมคติของสวนสัตว์เป็นอย่างนี้...ส่วนความจริงเป็นอย่างไรนั้นก็ได้เห็นประจักษ์ตากันอยู่
เอิ่ม.....

ขอตัดจบแค่เท่านี้....
วันนี้รู้สึกว่าเขียนย๊าวยาวอะ เนาะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

tongue เราใช้พิมพ์ใน MS word ก่อน
ไม่ค่อยเวิร์คเลย ต้องแก้บรรทัดใหม่
แถม code ก็จุกจิกมาก...แก้ไม่ถูกเลย
font ปกติของบลอคก็ไม่ใช่อันนี้
คราวต่อไปถ้าจะเขียนเรื่องเก็บไว้ก่อนอัพ ทำไงดีอะsad smile

#1 By PoY on 2008-04-19 01:55

แมวมีเก้าชีวิต...ใช่มะคะ?
แมวกระโดดที่สูงๆได้เก่งกาจมาก...จริงมั๊ยคะ?
แมวถูกโยนลงพื้นละไม่ร้องเหมียวเรียก..."แมวจุก" รึป่ะคะ?

sad smile

#2 By E un 3 on 2008-04-19 02:09

เพราะโลกก็เปลี่ยนไปแล้ว จะไม่เข้าไปยุ่งกับสัตว์เลยก็ไม่ได้เพราะมนุษย์รุกรานธรรมชาติไปเยอะแล้ว
รุกรานซะจนสัตว์ทำตัวไม่ถูกมนุษย์ผู้ทำลายเลยต้องหันมาปกป้องแทน

ตอนนี้ถ้าไม่สัตวแพทย์ น้องหมา น้องแมว และอีกหลายๆตัวก็แย่เลยสิครับ หมาก็เป็นมะเร็งนะครับ บ้านผมผ่าต่อมลูกหมากทิ้งไปสองแล้้ว ไม่มีหมอมันก็แย่สิครับHot!
พี่ปอยขา ใส่โน๊ตแพดโลดค่ะ
จะไม่ต้องแก้อะ่ไรมาก
.
/...อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่นฉันใด
อยู่ในโลกท่านก็จงอย่านิ่งดูดาย ทำประโยชน์ให้กับโลกต่อไปฉันนั้น.../ ประโยคนี้สุดยอดค่ะคิดอย่างนี้กันเยอะๆ ดลกจะได้สวยสดงดงามเนอะๆ
ทุกอาชีพจำเป็นต่อโลกทั้งนั้น แต่บางคนไม่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพนั้น (เช่นนักการเมืองบางคน เป็นต้น. - -)

#5 By โหมด on 2008-04-19 08:26

เขียนดีชอบจังbig smile และผมก็เห็นด้วยมากๆเลยนะ โลกเรานี้ต้องหาสมดุลย์จ้ะ ช่วยคนละไม้ละมือดีกว่าเนอะbig smile

#6 By redtear on 2008-04-19 12:26

ที่รู้ไอหมอนั้น มันทําหมาเราตายไป2ตัว แล้ว หมอเลวมาก ตัวที่2มันเจ็บอยู่แต่ดันอุ้มมันแบบ ดึงหนังมันขึ้นมา เลว ไม่ชอบ ชอบ รพ ตรงโกเด้นแพลส มากกว่า
รักษาสัตว์ดีแล้วไม่รุนแรง แล้วที่สําคัญเค้าจะเรียกหมา
ว่า น้องหมา ดีกว่า หมอที่เรียก หมา

ทําไมเมืองไทย ไม่มีตํารวจรักษาสัตว์เหมือน เมกา
บ้านไหน หญ้ารก ไม่ให้อาหารสุนัขหรือ ทารุน จะโดน จับแล้วปรับ ด้วย ยิ่งเวลาเห็นช้างตามถนน สงสารมาก ไม่อยากจะมองเลย ทําไมไม่มีใครจัดการเลยแบบนี้น้า ...
กำลังคิดว่า บางอย่างที่เป็นเรื่องเฉพาะของวงการ ก็นำออกมาอธิบายให้คนภายนอกเข้าใจได้ยากจริง ๆ

ที่แน่ ๆ เราเป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ ตัวหนึ่งในสังคมใหญ่ ที่มีหน้าที่ทำเท่าที่จะทำได้ในสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั่นแหละนะ

#8 By K9 on 2008-04-19 14:23

เคยดูรายการทีวี นายสัตวแพทย์สัตว์ป่าหนุ่มผู้โด่งดังท่านหนึ่งกล่าวว่า การรักษาสัตวป์ป่า ที่เขาทำไปนั้น ไม่ใช่เพราะเขารักสัตว์ เพราะคนที่รักสัตว์ คงทำได้ดีกว่าเขา ที่เขาทำ ก็เพื่อรักษาโรคของสัตว์ และป้องกันการแพร่จากป่ามาสู่คน

ฟังแล้ว หมอรักษาสัตว์ไม่ต้องมีก็ได้มั้งเนาะ ปล่อยให้โรคมันติดลามไปทั่วๆ โลด แจ่มแมว - -+

ป.ล. ตกใจมีชื่อตัวเองในเอนทรี่ 555+
ถึง #7
ทุกวงการ มีทั้งคนที่ทำดี กับคนที่ทำไม่ดอะค่ะ
ท่าที่ใช้จับดึงหนังคอ เป็นท่ามาตรฐาน(?) สำหรับการบังคับสัตว์
โดยเลียนแบบพฤติกรรมสัตว์ เมื่อต่อสู้กันจะพยายามเอาชนะฝ่ายตรงข้ามก็คือการงับคอให้ได้
หรือสัตว์แม่ลูกอ่อน ถ้าจะคาบลูกของมันไปไว้ยังที่ปลอดภัย
ก็ใช้การคาบที่หนังคอเช่นกัน

แต่ถ้าสัตว์อยู่ในสภาวะที่สามารถจับตรวจรักษาได้ง่าย
อาจไม่จำเป็นต้องใช้ท่านั้นก็ได้ค่ะ
หากเจ้าของไม่สบายใจ อันนี้จขบ.เห็นด้วย
ถ้าจะเปลี่ยนไปรักษากับคุณหมอท่านอื่น
แต่จะสนับสนุนให้เจ้าของสัตว์ complain กับสัตวแพทย์ผู้ตรวจรักษาไปเลย อย่าเก็บกดอัดอั้นไว้
เพราะจะได้เกิดการพูดคุยปรับความเข้าใจกันนะคะ surprised smile

ส่วนเรื่องการพิทักษ์สัตว์ จขบ.เองก็อยากจะให้มีจะแย่
ยิ่งเวลาลุงๆป้าๆบางท่าน พาสัตว์ป่วยเจียนตายมาให้รักษา
คนเป็นสัตวแพทย์ก็ต้องสงสัยแล้วว่าปล่อยให้เป็นหนักขนาดนี้ได้ยังไง
เจ้าของที่ละเลยสัตว์มีเยอะค่ะ
ส่วนเรื่องช้างข้างถนน คนที่จัดการทำส่วนนี้น่ะมีนะคะ เค้าก็กำลังพยายามกันอยู่
ทั้งโครงการคืนช้างสู่ป่า, พาช้างกลับบ้าน, ทำปางช้างส่งเสริมการท่องเที่ยว
แต่ต้องเข้าใจว่า มันเป็นปัญหาสังคม เหมือนกับยาเสพย์ติด /คอรัปชั่น / และค่านิยมเลือกมหาลัยนั่นแหละ

#11 By PoY on 2008-04-19 14:50

เพราะไม่มีใครเลยสักคนเดียว ที่มีชีวิตอยู่โดยไม่หนักแผ่นดิน (ก็ทุกคนมีมวลหมดหนิจริงมั้ย)

ประโยคนี้ได้ใจผมมาก 555 (มันเป็นเรื่องจริงอย่างที่สุด)confused smile

#12 By SkyKiD on 2008-04-19 16:13

เมื่อเราเข้าขลุกในวงการ ความรู้สึกของเราจะแปลกไป... เหมือนกับ สัมผัสและเข้าถึงผู้ป่วย (หรือน้องหมาที่ป่วย ^^) ของเราได้ แล้วจะเห็นใจผู้ป่วยเรามากขึ้น...


ซึ่งหลายๆคนที่ไม่เคยสัมผัสก็จะไม่เข้าใจ ดูหมิ่น หรือแสดงความโหดร้าย ที่ทำได้ก็คงต้องพยายามอธิบายให้เข้าใจเท่าที่จะทำได้ละครับ

เป็นกำลังใจให้อดทนครับ

#13 By on 2008-04-19 16:23

ส่วนเรื่องอัพข้อความยาวๆ แนะนำให้พิมพ์สดในบล็อกนั่นแหละครับ จัดการจนเราพอใจ (เพราะมัน Autosave) พอเสร็จแล้ว พอใจแล้ว ก็ New Entry ใหม่ กอปแล้ววางแปะครับ อันเก่าที่ Draft ไว้ก็ลบทิ้งไปครับผม...

#14 By on 2008-04-19 16:25

ทุกตัวก็สำคัญในตัวเอง
มันเป็นไปไม่ได้หรอก ที่จะให้มนุษย์อยู่เฉยๆ ไม่ยุ่งกับธรรมชาติ คอยแต่รักสัตว์ รักษ์โลกอย่างเดียว
คนเห็นแก่ได้กันจะตาย
ธรรมชาติก็ดันมีสิ่งที่จะให้..ตัวเงิน มูลค่า มากมาย
แล้วกิเลสที่มนุษย์มีน่ะ จะอดใจไหวเหรอ?


พูดง่าย ทำยาก
อาชีพทุกอาชีพสำคัญจริงๆครับ
เห็นด้วยตั้งแต่ต้น ยัน จบ
open-mounthed smile

#15 By cvane on 2008-04-19 16:43

ความคิดนักเลงแบบที่นำมาถกนั้น ผมก็พอจะเข้าใจ แต่ยังไงมนุษย์ก็ยังมีสัตว์เลี้ยงนี่นา สัตวแพทย์ ไม่ใช่เพื่อสัตว์ป่าหรือสัตว์ในสวนสัตว์นี่ ผมว่าผมเข้าใจถูกนะconfused smile

#16 By देवता on 2008-04-19 16:51

เห็นด้วยกับความคิดของคุณตั้งแต่ต้นจบจบเลย PoY อะ

เขียนได้ดีมากๆ Hot! ค่ะ

#17 By ire_u on 2008-04-19 17:01

สู้ต่อไปครับ Hot!

#18 By Krai on 2008-04-19 18:09

เยี่ยม

#19 By Filmy on 2008-04-19 21:40

สัตวแพทย์ทำเพื่อใคร นักการเมืองทำเพื่อใคร?
คิดแค่นี้ก็ไม่อยากคิดต่อแล้วครับ

#20 By iMase on 2008-04-19 22:30

ดีจังเลยbig smile

#21 By Curve & Cube on 2008-04-20 10:19

ชอบชอบHot!

#22 By pangtode on 2008-04-20 11:46

เห็นด้วยกับที่เขียนนะคะ
ไม่ว่าอาชีพนี้จะถูกมองว่าอะไร เราก็ยังอยากเป็นสัตวแพทย์อยู่ดี
เรื่องสวนสัตว์ เราก็อยากให้เขาใส่ใจกันมากกว่านี้ ดูมันไม่ค่อยมีสุขอนามัยดีเท่าที่ควร angry smile
แต่การแก้ไขมันขึ้นอยู่กับความร่วมมือของคนหลายคน
ถ้าไม่ช่วยกัน ก็แก้ปัญหาได้ไม่ถึงไหน

#23 By Love~Classic on 2008-04-20 14:56

อย่างว่า ทุกอย่างมันสัมพันธ์โยงใยกันไปซะหมดเนอะ
อืม ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องแบบนี้เลย ได้อ่านแล้ว .... เยี่ยมเลยครับ big smile
อ้อลืมให้ดาวHot!

เพราะเรื่อง หาคนมาให้ความรู้ยากนะ อยากให้ได้อ่านกัน
ฉันขอเถียงช่วยคุณ สัตวแพทย์เป็นอาชีพที่น่าชื่นชมมากๆเเละเป็นอาชีพที่ฉันใฝ่ฝันสุด (อยากเป็นมากกว่าหมอรักษาคนซะอีก ) สัตว์ก็มีความคิดมีหัวใจ มนุษย์คิดแต่ว่าเผ่าพันธุ์ตัวเอง ฉลาดและดีที่สุด ฉันว่าเป็นความคิดที่โง่มาก ลองให้สัตว์รวมตัวกันมาตีพวกเราดูสิ เชื่อเลยว่ามนุษญ์ต้องแพ้ แต่สัตว์ไม่ทำเพราะสัตว์นั้นรักความสงบ มีแต่มนุษย์ที่ทำร้ายพวกเค้า

#27 By fangkhaow on 2008-04-24 22:37

ผมก็ว่าสัตวแพทย์จำเป็นสำหรับสังคมมนุษย์ และตราบใดที่วิชาชีพนี้ยังจำเป็น
ก็ยังคงมีสัตวแพทย์เลือดใหม่ๆเกิดขึ้น และสืบทอดเจตนารมณ์ของมนุษย์ต่อไป
ซึ่งคงไม่มีใครเถียงว่า มนุษย์ไม่สามารถตัดสินใจแทนโลกได้เหมือนกัน ซี่งผมก็สนใจในเรื่องสัตวแพทย์เหมือนกัน ซี่งในเว็บไซด์เราก็เหมือนกัน http://www.dekyim.orgconfused smile cry

#28 By dekyim_koi (118.172.69.230) on 2008-04-25 09:43

ไม่ว่าจะคน หรือ สัตว์ ก็คือ ชีวิต เหมือนกัน
ผมกลับคิดว่าสัตวแพทย์เป็นคนที่ได้บุญมากๆ ในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์...เป็นรายตัว อิอิ
สู้ต่อไปครับ ทุกสัมมาอาชีพ

#29 By Heat UP! on 2008-04-26 00:48

อ่านมาชอบ คห3 ค่ะ โลกเปลี่ยนไปแล้ว มนุษย์ก็เข้าไปกินที่ของสัตว์ตั้งเยอะแยะ จะไม่แยแสสวัสดิภาพชีวิตของพวกเค้าซะหน่อยก็ดูจะแย่เกินไปนะ
angry smile

#30 By PLARIEX on 2008-04-26 20:16

ไม่ว่าหมออะไร ถ้าทำดี ยังไงโลกก็ต้องการค่ะ

ให้กำลังใจหมอทุกคน^ ^

#31 By sebin_เซบิน on 2008-04-26 22:37

เรื่องพวกนี้เป็นสีเทาจางๆครับ ไม่สามารถฟันธงอะไรได้...
สัตวแพทย์ถ้าไม่จำเป็น เวลาวัวบ้าขึ้นมาใครจัดการครับ? เนอะ= ='

Reply นั่น...ประจานตัวเองเลย หึๆๆ

#32 By Yevon (Shuu) on 2008-04-28 23:09

ผมก็อีกคนที่สนับสนุนสัตวแพทย์ครับ ไม่รู้เพราะว่าคนรอบตัวเป็นสัตวแพทย์เยอะหรือเปล่า

หลายอย่างเราเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีเอี่ยวไปเกี่ยวกับธรรมชาติ ซึ่งอาชีพหลายอย่างก็เกิดตามมาจากผลกระทบนี่เอง

#33 By mnop on 2008-04-29 14:07